เรื่อง เศรษฐกิจไทยจากข้อมูลล่าสุด
เดือนนี้ ขอเริ่มจากข้อมูลที่เป็นข่าวร้ายก่อน
การฟื้นตัวของไทยจะมีดัชนีที่วิ่งนำหรือคอยผลักดันอยู่ 2 ตัว คือ (1) ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรรม และ (2) ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน ที่ทุกเดือนจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจจะมีหยุด มีตกบ้าง เช่นเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว แต่โดยรวมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทำให้หลายๆ คน มีความมั่นใจในเรื่องแนวโน้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจก็คือ ในเดือนล่าสุด ตัวเลขทั้งสอง ก็เริ่มแผ่วลงอีกรอบ สะท้อนถึงความเปราะบางที่ได้พูดไป ตรงนี้ถ้าเราดูดัชนีทั้ง 2 จะพบว่า
หนึ่ง – ระดับของดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมได้หักหัวลงอีกครั้ง ทำให้แนวโน้มของการฟื้นตัวในช่วง 2 เดือนสุดท้าย แผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับการฟื้นตัวในช่วง 3-4 เดือนแรกๆ หลังจากออกจากจุดต่ำสุดของวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งถ้าไปดูในรายละเอียด แยกเป็นกลุ่มๆ แล้วก็จะพบว่า ภาคส่งออกที่ปรับตัวดีจนเกือบจะภาคส่งออกที่ปรับตัวดีจนเกือบจะกลับมาที่ระดับการผลิตในช่วงก่อนเกิดวิกฤตแล้ว แต่การฟื้นตัวตอนนี้เริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดตรงนี้ หลายคนพูดกันถึงเรื่องว่าที่ฟื้นขึ้นมาได้ในช่วงแรกๆ เป็นเพราะมีการ กลับมาที่ระดับการผลิตในช่วงก่อนเกิดวิกฤตแล้ว แต่การฟื้นตัวตอนนี้เริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด
ตรงนี้ หลายคนพูดกันถึงเรื่องว่าที่ฟื้นขึ้นมาได้ในช่วงแรกๆ เป็นเพราะมีการ Restocking สินค้าและวัตถุดิบ และจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขล่าสุดทำให้ทุกคนเริ่มต้องกลับมาคิดว่า แรงกระตุ้นทั้งสองอาจจะหมดแรงลง และถ้าการกำลังซื้อในเศรษฐกิจโลกที่เราได้พูดไปเมื่อครั้งที่แล้วไม่เข้มแข็ง ระดับการผลิตของสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เราส่งออกเป็นหลัก อาจจะออกไปข้างๆ ไม่เป็นแรงขับเคลื่อนเรื่องของการฟื้นตัวในภาคอุตสาหกรรมเช่นในช่วงแรกๆ อีกแล้ว
ตรงนี้ก็ต้องกลับไปดูกลุ่มอุตสาหกรรมที่เหลืออีก 2 กลุ่ม ที่เป็นกลุ่มประเทศ และส่งออกและในประเทศเท่าๆ กัน ซึ่งรวมกันแล้วใหญ่ถึง 2/3 ของภาคอุตสาหกรรมไทย ให้สามารถพลิกฟื้นขึ้นมา
สอง – ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนเองก็เริ่มแผ่วลงในช่วงเดือนล่าสุด ทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เริ่มชะลอลง
อย่างที่พูดไปแล้ว เนื่องจากดัชนีทั้ง 2 เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการฟื้นตัวครั้งนี้ การที่ทั้ง 2 ตัวแผ่วลงมากเดือนนี้ ย้ำให้เห็นถึงประเด็นที่หลายๆ คนพูดกันว่า การฟื้นตัวมีความเปราะบาง และจะฟื้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ตรงนี้ก็ต้องรอดูอีกสัก 1-2 เดือน จึงจะมั่นใจได้มากขึ้นว่าที่แผ่วลงนั้นจะเป็นปัญหาต่อเนื่องแค่ไหน
แล้วข่าวดีมีอะไรบ้าง ในเดือนนี้
ข่าวดีในเดือนนี้ ก็คงต้องบอกว่า กระบวนการฟื้นตัวในด้านอื่นๆ ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น
ภาคท่องเที่ยว ที่อัตราการหดตัวของนักท่องเที่ยวเริ่มปรับลดลงจากที่เคยติดลบถึง -16% ในเดือนล่าสุดปรากฏว่า อัตราการหดตัวของนักท่องเที่ยวได้ปรับลดลงเหลือเพียง -5.3% เท่านั้น และถ้าดูถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาที่ไทย ก็จะพบว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ตรงนี้บวกกับที่ไปได้ยินมาว่ายอดจองห้องเริ่มฟื้นแล้ว ก็ทำให้สบายใจมากขึ้นว่าอีกภาคเศรษฐกิจหนึ่งที่สำคัญ ก็เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว
ภาคเกษตร ที่รายได้เกษตรกรตกอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำลง 2-3 เดือนที่ผ่านมารายได้เกษตรกรก็ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าบ้าง ตรงนี้ก็ทำให้สบายใจมากขึ้นอีกเล็กน้อย ว่าการตกลงของรายได้เกษตรกรเริ่มถึงจุดต่ำสุดแล้ว
นอกจากนั้น ตัวเลขปริมาณการส่งออกนำเข้าสินค้าก็ยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าการส่งออกจะดีขึ้นอย่างช้าๆ แต่การนำเข้าดีขึ้นต่อเนื่องในอัตราที่เร็วกว่าโดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบ
ท้ายสุด ตัวเลขการลงทุนภาคเอกชน ก็ยังอยู่ในช่วงที่ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้าก็ทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้นว่าการลงทุนภาคเอกชนก็เริ่มค่อยๆ ฟื้น แม้ว่าจะยังต่ำกว่าช่วงก่อนวิกฤตก็ตาม เมื่อรวมกับตัวเลขของการปรับตัวดีขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นของนักธุรกิจในช่วง 3 เดือนข้างหน้าที่ปรับตัวดีขึ้น ก็ทำให้สบายใจมากขึ้น
ตรงนี้ รวมๆ แล้วก็ต้องบอกว่า ในด้านอื่นๆ การฟื้นตัวก็กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่เร็ว ก็ยังเกิดขึ้นอย่างค่อยเห็นค่อยไป ค่อยๆ ไต่เหวกลับไปสู่จุดเดิมก่อนวิกฤตอีกครั้ง
ความเสี่ยงและนัยต่อการลงทุนคืออะไร
ประเด็นความเสี่ยงช่วงนี้ของไทย หลายอย่างก็ไม่แตกต่างกับ ประเทศอื่นๆ ในเศรษฐกิจโลก
หนึ่ง – จะประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงต่อไปอย่างไร บทบาทที่เหมาะสมของภาครัฐคืออะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าแรงส่งของเศรษฐกิจเริ่มแผ่วลงบ้างเช่นนี้
สอง – จะส่งต่อจากการใช้จ่ายของภาครัฐไปสู่ภาคเอกชนอย่างไร เพราะหัวใจของการฟื้นตัวในช่วงต่อไป ต้องมาจากการใช้จ่ายในภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องไม่ใช่มาจากเงินโอนหรือมาตรการของรัฐ หรือจากความโล่งใจว่าไม่แย่แล้ว ตรงนี้ การใช้จ่ายต้องมาจากความเชื่อมั่น และจากรายได้เงินเดือนของแต่ละคนที่เพิ่มขึ้น
สาม – แต่ในการส่งต่อการฟื้นตัวจากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชนในไทยนั้น เรามีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากประเทศอื่นๆ ในส่วนของการเมืองที่หลายคนพูดไปแล้ว ตรงนี้เป็นปัญหาที่คุกรุ่นอยู่ลึกๆ แต่จะมีนัยต่อความต่อเนื่องของโครงการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยเฉพาะ ประสิทธิภาพของการใช้จ่ายของรัฐในโครงการลงทุนตามแผนไทยเข้มแข็งในช่วงต่อไป
และที่ทุกคนกังวลใจที่สุดช่วงนี้ก็คือ ปัญหามาบตาพุดที่จะทำให้เงินลงทุนจำนวนมากของภาคเอกชน ถึง 4 แสนล้านบาท ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ตรงนี้สำคัญมาก เพราะว่า การฟื้นตัวที่แท้จริงจะต้องมาจากภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุนขยายกิจการที่จะทำให้เกิดการจ้างงานโดยตรงในอุตสาหกรรมนั้นๆ และโดยอ้อมในภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ถ้าการลงทุนภาคเอกชนไม่ฟื้น ก็ยากที่เศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ในช่วงต่อไป
ทั้งหมดจึงมีนัยต่อการลงทุนของไทย ก็ต้องระวัง เพราะไทยเองข้อมูลก็จะยังเป็นเช่นนี้ไปอีกระยะ คือดีร้ายสลับกันไป กว่าเศรษฐกิจจะฟื้นอย่างเต็มที่ก็ต้องอีกระยะหนึ่ง และถ้าไทยยังตอบโจทย์เรื่องภายในประเทศไม่ได้ ความน่าสนใจของไทยในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ ก็จะยังเป็นเครื่องหมายคำถามอีกระยะหนึ่ง ก็ต้องเร่งแก้ไขครับ และตอนนี้ทุกคนก็ขอให้ลงทุนอย่างระมัดระวัง ไม่ประมาท แต่โดยรวมไม่ต้องตกใจ เพราะทิศทางชัดเจนว่าจะไปสู่การฟื้นตัว แม้ว่าอาจจะไม่ดี ไม่เข้มแข็งมากนักก็ตาม
ที่มา: รายการ Morning Brief by Kobsak 1 month, 3 weeks ago at 8:27 AM
คำถาม
1.การฟื้นตัวของไทยจะมีดัชนีที่วิ่งนำหรือคอยผลักดันอยู่ 2 ตัว คืออะไรบ้าง
2. ภาคส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงแรกๆแต่ตอนนี้เริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดเป็นเพราะอะไร
3.ธุรกิจใดของไทยทีมีการติดลบถึง -16% ในเดือนล่าสุดแต่ปรากฏว่าได้ปรับลดลงเหลือเพียง -5.3% เท่านั้น

ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบคำตอบคือ
ตอบลบ1. ดัชนีที่วิ่งนำหรือคอยผลักดันอยู่ 2 ตัว คือ
(1) ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรรม
(2) ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน
2. เป็นเพราะมีการ กลับมาที่ระดับการผลิตในช่วงก่อนเกิดวิกฤตแล้ว แต่การฟื้นตัวตอนนี้เริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดตรงนี้ หลายคนพูดกันถึงเรื่องว่าที่ฟื้นขึ้นมาได้ในช่วงแรกๆ เป็นเพราะมีการ Restocking สินค้าและวัตถุดิบ และจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา
3. ท่องเที่ยว
นางสาววรนันท์ ศรีก๊กเจริญ 4902100526
คำตอบคือ
ตอบลบ1.คือ (1) ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรรม
(2) ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน
2.เพราะมีการ กลับมาที่ระดับการผลิตในช่วงก่อนเกิดวิกฤตแล้ว แต่การฟื้นตัวตอนนี้เริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดตรงนี้ หลายคนพูดกันถึงเรื่องว่าที่ฟื้นขึ้นมาได้ในช่วงแรกๆ เป็นเพราะมีการ Restocking สินค้าและวัตถุดิบ และจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา
3.ธุรกิจการท่องเที่ยว
ตอบโดยนางสาวปวีณา โพธิ์บุญปลูก เลขทะเบียน 4902100359
คำตอบคือ
ตอบลบ1.ดัชนีที่วิ่งนำหรือคอยผลักดันอยู่ 2 ตัว คือ
1)ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรรม
2)ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน
2.เนื่องจากมีการ กลับมาที่ระดับการผลิตในช่วงก่อนเกิดวิกฤตแล้ว แต่การฟื้นตัวตอนนี้เริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดตรงนี้ หลายคนพูดกันถึงเรื่องว่าที่ฟื้นขึ้นมาได้ในช่วงแรกๆ เป็นเพราะมีการ Restocking สินค้าและวัตถุดิบ และจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา
3.ธุรกิจการท่องเที่ยว
นส.กมลชนก เกียรติชัยไพบูลย์ 5002100500
ข้อ1. - ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรรม
ตอบลบ- ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน
ข้อ2. เพราะมีการ กลับมาที่ระดับการผลิตในช่วงก่อนเกิดวิกฤตแล้ว แต่การฟื้นตัวตอนนี้เริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดตรงนี้ หลายคนพูดกันถึงเรื่องว่าที่ฟื้นขึ้นมาได้ในช่วงแรกๆ เป็นเพราะมีการ Restocking สินค้าและวัตถุดิบ และจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา
ข้อ3. ธุรกิจการท่องเที่ยว
นส.ทพัฒสร พลอยส่งศรี เลขทะเบียน 4902100516
1. ดัชนีที่วิ่งนำหรือคอยผลักดันอยู่ 2 ตัว คือ
ตอบลบ(1) ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรรม
(2) ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน
2. เป็นเพราะมีการ กลับมาที่ระดับการผลิตในช่วงก่อนเกิดวิกฤตแล้ว แต่การฟื้นตัวตอนนี้เริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดตรงนี้ หลายคนพูดกันถึงเรื่องว่าที่ฟื้นขึ้นมาได้ในช่วงแรกๆ เป็นเพราะมีการ Restocking สินค้าและวัตถุดิบ และจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา
3. ท่องเที่ยว
นางสาวศิถยา งามสมเกล้า 4902100004