จัดทำโดย นางสาวพลอยไพลิน ยืนยงค์ เขทะเบียน 4902100506
นักวิชาการม.รังสิตคาดเงินเฟ้อปี 53 โต 5.5% เชื่อธปท.ใช้เป็นโอกาสขึ้นดบ.
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์" ถึงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของไทยในปี 53 ที่จะปรับตัวสูงขึ้นและขยายตัวเป็นบวก โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป(CPI) จะอยู่ที่ 5.5% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน(Core CPI)อยู่ที่ 2.3% อัตราเงินเฟ้อที่ระดับดังกล่าวจะมีแรงกดดันให้มีการทบทวนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย และอาจทำให้เกิดความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 53 แต่ทั้งนี้เห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 2 ไตรมาสข้างหน้า เพราะจะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอประสบความยากลำบากและทรุดตัวลงได้อีก นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและมีผลต่อการปรับเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อมากที่สุด คือ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรหลายชนิด ทั้งข้าว, อ้อย, ยางพารา และมันสำปะหลัง เนื่องจากเกิดภาวะ Supply Shocks หลายพื้นที่เพาะปลูกประสบภัยธรรมชาติอันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน ปัจจัยที่สอง คือ ความล่าช้าในการแก้ปัญหามาบตาพุด หรือผลกระทบจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 ทำให้สินค้าและวัตถุดิบหลายตัวไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้เนื่องจากเกิดการชะงักงันในการผลิต และอาจต้องนำเข้า หากการแก้ปัญหายืดเยื้อจะทำให้เกิดการขาดแคลนก๊าซ LPG ในเดือนเม.ย.-พ.ค.53 แม้รัฐบาลจะควบคุมราคาให้ต่ำโดยการชดเชยแต่จะทำให้เกิดการขาดแคลน LPG และก่อให้เกิดการบิดเบือนการใช้พลังงาน ปัจจัยสาม คือ ภาวะเงินล้นโลก ทำให้ยังมีการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายนำมันล่วงหน้ายังคงเกิดขึ้น ปัจจัยที่สี่ อุปสงค์ที่ร้อนแรงขึ้นจากการขยายตัวที่สูงขึ้นของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความต้องการจากประเทศจีน ปัจจัยที่ห้า ฐานของดัชนีราคาผู้บริโภคที่ค่อนข้างต่ำเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ในต่างประเทศก็มีอัตราเงินเฟ้อติดลบเมื่อปีที่แล้ว ปัจจัยที่หก เศรษฐกิจภายในมีการขยายตัวเป็นบวกหลังจากที่ปีที่แล้วขยายตัวติดลบ และปัจจัยที่เจ็ด ความวุ่นวายและความรุนแรงทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดการกักตุนสินค้า ซึ่งปัจจัยนี้อาจจะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อในช่วงสั้นเท่านั้น
คำถาม
1.นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป(CPI)ของไทยในปี 53 จะอยู่ที่ เท่าใด
2.การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 2 ไตรมาสข้างหน้า เพราะสาเหตุใด
3.ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและมีผลต่อการปรับเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อมากที่สุด
ที่มา:http://www.posttoday.com
วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

1.อัตราเงินเฟ้อทั่วไป(CPI) จะอยู่ที่ 5.5%
ตอบลบ2.เพราะจะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอประสบความยากลำบากและทรุดตัวลงได้อีก
3.มีทั้งหมด 7 ปัจจัยด้วยกันได้แก่
3.1.การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรหลายชนิด ทั้งข้าว, อ้อย, ยางพารา และมันสำปะหลัง
3.2.ความล่าช้าในการแก้ปัญหามาบตาพุด หรือผลกระทบจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 ทำให้สินค้าและวัตถุดิบหลายตัวไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้เนื่องจากเกิดการชะงักงันในการผลิต และอาจต้องนำเข้า
3.3.ภาวะเงินล้นโลก ทำให้ยังมีการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายนำมันล่วงหน้ายังคงเกิดขึ้น
3.4.อุปสงค์ที่ร้อนแรงขึ้นจากการขยายตัวที่สูงขึ้นของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความต้องการจากประเทศจีน
3.5.ฐานของดัชนีราคาผู้บริโภคที่ค่อนข้างต่ำเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ในต่างประเทศก็มีอัตราเงินเฟ้อติดลบเมื่อปีที่แล้ว
3.6.เศรษฐกิจภายในมีการขยายตัวเป็นบวกหลังจากที่ปีที่แล้วขยายตัวติดลบ
3.7.ความวุ่นวายและความรุนแรงทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดการกักตุนสินค้า ซึ่งปัจจัยนี้อาจจะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อในช่วงสั้นเท่านั้น
น.ส.สุมาภรณ์ ว่องถาวรกิจ เลขทะเบียน 4902100002
1.อัตราเงินเฟ้อทั่วไป(CPI) จะอยู่ที่ 5.5%
ตอบลบ2.เพราะจะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอประสบความยากลำบากและทรุดตัวลงได้อีก
3.มีทั้งหมด 7 ปัจจัยด้วยกันได้แก่
3.1.การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรหลายชนิด ทั้งข้าว, อ้อย, ยางพารา และมันสำปะหลัง
3.2.ความ ล่าช้าในการแก้ปัญหามาบตาพุด หรือผลกระทบจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 ทำให้สินค้าและวัตถุดิบหลายตัวไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้เนื่องจากเกิด การชะงักงันในการผลิต และอาจต้องนำเข้า
3.3.ภาวะเงินล้นโลก ทำให้ยังมีการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายนำมันล่วงหน้ายังคงเกิดขึ้น
3.4.อุปสงค์ที่ร้อนแรงขึ้นจากการขยายตัวที่สูงขึ้นของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความต้องการจากประเทศจีน
3.5.ฐาน ของดัชนีราคาผู้บริโภคที่ค่อนข้างต่ำเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ในต่างประเทศก็มีอัตราเงินเฟ้อติดลบเมื่อปีที่แล้ว
3.6.เศรษฐกิจภายในมีการขยายตัวเป็นบวกหลังจากที่ปีที่แล้วขยายตัวติดลบ
3.7.ความวุ่นวายและความรุนแรงทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดการกักตุนสินค้า ซึ่งปัจจัยนี้อาจจะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อในช่วงสั้นเท่านั้น
นางสาวธารารัชน์ เกษตรธรรม ID 4902100142
คำตอบข้อที่1คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป(CPI) จะอยู่ที่ 5.5%
ตอบลบคำตอบข้อที่2เพราะจะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอประสบความยากลำบากและทรุดตัวลงได้อีก
คำตอบข้อที่3 1.การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรหลายชนิด ทั้งข้าว, อ้อย, ยางพารา และมันสำปะหลัง
2.ความ ล่าช้าในการแก้ปัญหามาบตาพุด หรือผลกระทบจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 ทำให้สินค้าและวัตถุดิบหลายตัวไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้เนื่องจากเกิด การชะงักงันในการผลิต และอาจต้องนำเข้า
3.ภาวะเงินล้นโลก ทำให้ยังมีการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายนำมันล่วงหน้ายังคงเกิดขึ้น
4.อุปสงค์ที่ร้อนแรงขึ้นจากการขยายตัวที่สูงขึ้นของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความต้องการจากประเทศจีน
5.ฐาน ของดัชนีราคาผู้บริโภคที่ค่อนข้างต่ำเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ในต่างประเทศก็มีอัตราเงินเฟ้อติดลบเมื่อปีที่แล้ว
6.เศรษฐกิจภายในมีการขยายตัวเป็นบวกหลังจากที่ปีที่แล้วขยายตัวติดลบ
7.ความวุ่นวายและความรุนแรงทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดการกักตุนสินค้า ซึ่งปัจจัยนี้อาจจะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อในช่วงสั้นเท่านั้น
โดยนางสาวอภิษฎา ยศโต เลขทะเบียน 5002100648
คำตอบข้อที่1.อัตราเงินเฟ้อทั่วไป(CPI) จะอยู่ที่ 5.5%
ตอบลบคำตอบข้อที่2.เพราะจะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอประสบความยากลำบากและทรุดตัวลงได้อีก
คำตอบข้อที่3.มีทั้งหมด 7 ปัจจัยด้วยกันได้แก่3.1.การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรหลายชนิด ทั้งข้าว, อ้อย, ยางพารา และมันสำปะหลัง
3.2.ความ ล่าช้าในการแก้ปัญหามาบตาพุด หรือผลกระทบจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 ทำให้สินค้าและวัตถุดิบหลายตัวไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้เนื่องจากเกิด การชะงักงันในการผลิต และอาจต้องนำเข้า
3.3.ภาวะเงินล้นโลก ทำให้ยังมีการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายนำมันล่วงหน้ายังคงเกิดขึ้น
3.4.อุปสงค์ที่ร้อนแรงขึ้นจากการขยายตัวที่สูงขึ้นของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความต้องการจากประเทศจีน
3.5.ฐาน ของดัชนีราคาผู้บริโภคที่ค่อนข้างต่ำเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ในต่างประเทศก็มีอัตราเงินเฟ้อติดลบเมื่อปีที่แล้ว
3.6.เศรษฐกิจภายในมีการขยายตัวเป็นบวกหลังจากที่ปีที่แล้วขยายตัวติดลบ
3.7.ความวุ่นวายและความรุนแรงทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดการกักตุนสินค้า ซึ่งปัจจัยนี้อาจจะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อในช่วงสั้นเท่านั้น
โดยนางสาวศิรินภา พรมมีพันธ์ เลขทะเบียน 5002100628